Captain Tsubasa Creator

Writer Football Vintage

ขอแนะนำตัวอย่างเป็นทางการกับเพื่อนๆชาว “Spectrum” กับการพบกันเป็นครั้งแรกที่ “Football Vintage” พื้นที่เล็กๆที่นำเสนอแง่มุมอีกด้านของฟุตบอล ที่นอกเหนือจากผลการแข่งขัน หรือตัวเลขทางสถิติ มาพร้อมกับสิ่งที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน สอดแทรกด้วยแรงขับเคลื่อนทางความฝัน ต่อยอดให้เราออกไปลงมือทำสิ่งต่างๆ ในชีวิตประจำวัน วันนี้ขอถือโอกาส เริ่มต้นด้วยเรื่องราวลูกหนัง ที่คอยสร้างแรงบันดาลใจ และแรงสั่นสะเทือนต่อโลกใบนี้

tsubasa-1


ปี 1960 ณ.คัทซูชิกะ, เขตท้องที่พิเศษ ที่แทรกตัวอยู่ในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น พื้นที่มีประชากรราว 4 แสนคน หนึ่งในนั้นคือ “โยอิชิ ทาคาฮาชิ” เขาเหมือนเด็กชาวอาทิตย์อุทัยทั่วไป ที่ฝันอยากเป็นนักเบสบอลอาชีพ ซึ่งเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมสูงสุดในดินแดนแห่งนี้ ส่วนอีกหนึ่งงานอดิเรกของเขาคือการอ่านหนังสือการ์ตูน  ใช้เวลาว่างส่วนใหญ่สมัยเรียน หมดไปกับการอ่านมังงะที่ชื่นชอบ รวมถึงการวาดภาพเป็นตัวละครต่างๆใส่สมุดส่วนตัว

จุดเปลี่ยนสำคัญ เกิดขึ้นในปี 1978 ทาคาฮาชิ ที่กำลังศึกษาในระดับมัธยมปีที่ 6 มีโอกาสได้รับชมการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก’78 ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศอาร์เจนติน่า พร้อมกับการเป็นแชมป์โลกบนแผ่นดินตัวเองของเหล่า “ลา อัลบิเชเลสเต้” การห่ำหั่นกันของนักเตะ 22 คน กลายเป็นแรงบันดาลใจ ที่ทำให้เขาสนใจอยากวาดการ์ตูนเกี่ยวกับฟุตบอล หลังจากนั้น 3 ปี ตัวการ์ตูนจากปลายดินสอของเขา ได้ถือกำเนิดขึ้นเป็นครั้งแรกกับชื่อเรื่องว่า “กัปตัน ซึบาสะ”tsubasa-3

ทาคาฮาชิ วางโครงเรื่องของกัปตัน ซึบาสะ แบบเป็นขั้นเป็นตอน พระเอกอย่าง “โอโซระ ซึบาสะ” ต้องต่อสู้เชิงลูกหนัง ตั้งแต่ระดับโรงเรียน, เยาวชนทีมชาติ จนถึงพาทีมชาติชุดใหญ่ลุยศึกฟุตบอลโลก อย่างไรก็ตาม ท่าไม้ตายต่างๆ, ตัวละครที่ไปค้าแข้งตามสโมสรชั้นนำของยุโรป หรือการไปฟุตบอลโลกของทีมชาติญี่ปุ่น ถูกมองว่าโอเวอร์เกินความเป็นจริง แต่ผลสุดท้าย แนวความคิดของทาคาฮาชิ กลับเป็นน้ำหล่อเลี้ยงความฝันชั้นดี สำหรับเด็กหลายๆคน และทุกเหตุการณ์ในการ์ตูน เกิดขึ้นจริงเป็นที่เรียบร้อย เริ่มจาก “กัปตัน ซึบาสะ” มีอิทธิพลสำคัญ ให้เด็กในญี่ปุ่น หันมาสนใจกีฬาฟุตบอลมากยิ่งขึ้น จนทำให้วงการฟุตบอลของพวกเขาต้องตื่นตัว และเอาจริงเอาจังกับการยกระดับลีกภายในประเทศขึ้นมาสมาคมฟุตบอลญี่ปุ่น สนับสนุนข้อมูล และเนื้อหาต่างๆ ให้กับการ์ตูนเรื่องนี้ เพราะมองว่า เป็นปัจจัยที่ทำให้เยาวชนหันมาเล่นกีฬา “เจ ลีก” ถูกปรับระบบ และถือกำเนิดขึ้นในปี 1992 ก่อนสถาปนาตัวเองมาเป็นลีกอันดับ 1 ของเอเชีย แถมยังเป็นลีกคลาส “A” จากการจัดอันดับของเอเอฟซี อีกด้วย รากฐานอันแข็งแกร่ง ทำให้ทีมชาติแข็งแรงไปด้วย จากวันที่ตัวการ์ตูนตีพิมพ์ ใครจะเชื่อบ้างว่า 17 ปีหลังจากนั้น ญี่ปุ่น จะได้ไปลุยศึกฟุตบอลโลกครั้งแรกในประวัติศาตร์ !!!

tsubasa-5

ขุนพล “บลู ซามูไร” ชุดลุยเวิล์ด คัพ’98 ที่ฝรั่งเศส ล้วนเป็นแฟนตัวยงของกัปตัน ซึบาสะ รวมถึงฮิเดโตชิ นากาตะ ที่กลายเป็นดาวจรัสแสง จนถูกทีมในศึกกัลโช่ เซเรีย อา ดึงไปร่วมทีม (ฟุตบอลโลก 4 ครั้งหลังจากนั้น ญี่ปุ่น มีส่วนร่วมด้วยทุกครั้ง ทั้งปี 2002, 2006, 2010 และ 2014) พร้อมกันนี้ ยังมีนักเตะระดับโลกหลายคน ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากซึบาสะเช่นซีเนอดิน ซีดาน, อเลสซานโดร เดล ปิเอโร่, ฟรานเชสโก้ ต็อตติ, ลิโอเนล เมสซี่, อันเดรียส อิเนียสต้า, เฟร์นานโด ตอร์เรส

tsubasa-4

ปัจจุบัน “โยอิชิ ทาคาฮาชิ” มีอายุ 55 ปี เขากลายเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป และไม่มีอะไรน่าภาคภูมิใจไปกว่า การที่กัปตัน ซึบาซะ มีรูปปั้นความสูง 145 เซนติเมตรเป็นของตัวเอง กำลังยืนอย่างสง่าอยู่ที่กรุงโตเกียว บ้านเกิดของทาคาฮาชิ โดยภายในหนึ่งวัน จะมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาเยี่ยมชม และถ่ายรูปนับพันคน

tsubasa-2

มีคำกล่าวเอาไว้ว่า “การจะมีรูปปั้นได้นั้น บุคคลดังกล่าวต้องสร้างคุณงามความดี ทั้งกับคนรอบข้าง หรือสังคม” นั่นถือเป็นสิ่งที่ซึบาสะ ทำมาตลอดหลายสิบปี  แรงบันดาลใจจากทาคาฮาชิ ยังคงออกเดินทางต่อไป และถูกถ่ายทอดไปยังเด็กรุ่นหลัง ที่หลงใหลในกีฬาฟุตบอล ความหวังสูงสุดของเจ้าตัวคือ การเห็นญี่ปุ่นเป็นแชมป์ฟุตบอลโลก และนั่น ไม่ใช่สิ่งที่เป็นไปไม่ได้