สงครามลูกหนัง กับความทรงจำวัยเด็ก

Writer Football Vintage

เชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนที่ก้าวเข้าสู่วัยทำงาน ย่อมฝากชีวิตเกือบทั้งวัน เอาไว้กับสิ่งเรียกว่า “ออฟฟิศ” ที่แทรกตัวอยู่ตามตึกสูงระฟ้า ซึ่งเป็นสถานที่ที่เราคอยแปรเปลี่ยนขีดความสามารถ ให้กลายเป็นเงินตราในการหล่อเลี้ยงชีพ อย่างไรก็ตาม ยังมีคนบางกลุ่ม ที่มีห้องทำงานเป็นกรอบผืนหญ้าขนาดใหญ่ ที่เปรียบเหมือนพื้นที่สร้างแรงบันดาลใจ ดั่งเรื่องราวของ พอล และโอลิเวอร์ คอลิเออร์ สองพี่น้องชาวอังกฤษcm-03ทั้งสองเหมือนกับเด็กผู้ชายทั่วไป ที่หลงใหลเสน่ห์อันเย้ายวนของเกมลูกหนัง พัฒนาจนขายวิญญาณให้กับสโมสรเอฟเวอร์ตัน พวกเขาใช้บ้านพักของตัวเอง ปรึกษาหารือ และคิดค้นโปรแกรมคอมพิวเตอร์บางอย่างที่เกี่ยวกับ “ฟุตบอล” มันเป็นโปรแกรมสุดประหลาด ที่ยังไม่มีใครสามารถต่อยอดความคิดไปถึงจุดนั้นได้ ถึงแม้ต้นแบบจะเต็มไปด้วยอุปสรรค จากกราฟฟิคแบบตามมีตามเกิด หรือฟอนต์ตัวอักษรที่แสนเชย

cm-01 paul-oliver-collyer-01พอทุกอย่างเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง พวกเขาตัดสินใจนำไอเดียเหล่านั้น เร่ไปเสนอบริษัทชั้นนำหลายแห่ง แต่กลับโดนปฏิเสธอย่างไม่ใยดี เพราะมองว่า ไม่สามารถนำไปต่อยอดทางธุรกิจได้ อย่างไรก็ตาม ทั้งคู่ไม่เคยคิดยอมแพ้ ตั้งหน้าตั้งตาพัฒนาสิ่งที่ลงมือทำ จนบริษัทที่ชื่อว่า “โดมาร์ค” เล็งเห็นอะไรบางอย่าง และขอซื้อแนวความคิดดังกล่าว นั่นเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่เขย่าวงการเกมไปตลอดกาล กระทั่งปี 1992 โปรแกรมฟุตบอลของพวกเขาออกวางจำหน่ายครั้งแรก ภายใต้ชื่อว่า “แชมเปี้ยนชิพ เมเนจอร์” (CM) ก่อนพัฒนาเป็น “ฟุตบอล เมเนเจอร์”  (FM) เกมจำลองการคุมทีมฟุตบอล ที่โด่งดังมากสุดในโลกcm-02ฟุตบอล เมเนเจอร์  กลายเป็นตัวแทนด้านจินตนาการของเด็กผู้ชายทั่วโลก ที่ใฝ่ฝันอยากจะเป็นผู้จัดการทีม แม้จะเป็นเพียงโลกสมมุติ แต่พวกเขาจะได้บริหารงานเอง ทั้งการซื้อ-ขายนักเตะ, ปรับแผนการเล่น, สรรหาเพชรเม็ดงาม หรือแม้แต่การวางกลยุทธ์ทางธุรกิจนอกสนาม ซึ่งบางคนมีความสุขกับการทำงานให้ทีมใหญ่ กุมบังเหียนดาวเตะซูเปอร์สตาร์ระดับพันล้าน มีเงินให้ใช้สอยแบบมือเติบ แต่บางคนชอบจะคุมทีมเล็กๆ ภายใต้งบประมาณแบบจำกัดจำเขี่ย คอยปลุกปั้นดินให้กลายเป็นดาว ก็ถือเป็นความภาคภูมิใจในอีกรูปแบบหนึ่งmiles-jacobson-01 ปัจจุบันตัวเกมถูกพัฒนาเกินกว่าใครหลายคนจะจินตนาการถึงได้ “650,000” คือจำนวนรายชื่อของนักเตะ และสตาฟฟ์โค้ช ที่ถูกบรรจุอยู่ในฐานข้อมูล ให้ผู้เล่นเกมได้เลือกหยิบจับกัน จนเราอดสงสัยไม่ได้ว่า รายละเอียดเหล่านั้น ใกล้เคียงความจริงมากน้อยแค่ไหน ?ไมล์ส ยาค็อบสัน ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ และฝ่ายพัฒนาเกม “ฟุตบอล เมเนเจอร์” ออกมาเฉลยว่า ทุกอย่างไม่ได้เกิดจากการคิดเองเออเอง แต่มาจากการที่พวกเขามีเครือข่ายแมวมองกว่า 1,300 คน กระจายอยู่ตาม 51 ประเทศทั่วโลก ทุกสัปดาห์ แมวมองเหล่านั้นจะออกไปสนามฟุตบอล ที่เต็มไปด้วยแฟนบอลหลายหมื่น ไล่ไปจนถึงหลักร้อย เพื่อติดตามความสามารถของนักเตะ ทั้งระดับลีกอาชีพ, ลีกสำรอง, ลีกเยาวชน และนอกลีก แมวมองแต่ละคน ไม่ได้มีเพียงคนที่ทำงานกับสโมสรชื่อดังเท่านั้น แต่ยังมีบรรดาแฟนบอล ที่แปลงร่างเป็นแมวมองจำเป็น คอยสอดส่องฟุตบอลในลีกเล็กๆ รวมอยู่ด้วย ซึ่งกลุ่มคนจำพวกหลัง จะเฝ้ามองผู้เล่นด้วยความใส่ใจ ไม่เดินออกจากสนามก่อนจบเกม เหมือนแมวมองทีมใหญ่ชอบทำกันfm-02

fm-03จุดอ่อน และจุดแข็งของนักเตะแต่ละคน จะถูกนำมาวิเคราะห์ เพื่อหาตัวเลขความสามารถของนักเตะภายในเกม ให้ตรงกับความเป็นจริงมากที่สุด นอกจากทักษะในสนาม ทั้งการยิง, การโหม่ง หรือความเร็ว ตัวเกมยังวิเคราะห์ไปถึงบุคลิก และการควบคุมอารมณ์ของนักเตะคนนั้นอีกด้วย  จึงไม่น่าแปลกใจว่า นักเตะไร้ชื่อเสียงจาก “FM” จำนวนไม่น้อย สามารถเติบโตมาแจ้งเกิดในเวทีระดับโลกได้เป็นผลสำเร็จ เสมือนว่าเกมนี้ เป็นนักทำนายอนาคตลูกหนังที่แม่นยำ

fm-04จากการเปิดเผยของสื่อดังจากต่างประเทศพบว่า หลายสโมสรยักษ์ใหญ่ ต่างพึงพาฐานข้อมูลต่างๆ จากเกมดังกล่าว เพื่อประกอบการตัดสินใจ ในการซื้อ-ขายนักเตะในชีวิตจริงอีกด้วย  ซึ่งผลสุดท้าย สองพี่น้องตระกูล “คอลิเออร์” คงอดภาคภูมิใจไม่ได้ว่า สิ่งที่พวกเขาตั้งใจสร้างขึ้นมา สามารถต่อยอดความสุขให้กับใครหลายคน โดยเฉพาะกับทีมแรกๆในลีกอังกฤษ ที่ตัดสินใจใช้ข้อมูลจากเกมนี้ก็คือ “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” สโมสรที่พวกเขาติดตามเชียร์มาตั้งแต่วัยเยาว์นั่นเอง …. สำหรับทีมงานของเกมนี้มองว่า “สนามฟุตบอล” คือออฟฟิศ และการออกไปเฝ้าดูนักเตะ 22 คนโลดแล่น คือผลตอบแทนที่มีค่ามากกว่าเงินเดือน

////////////////////////////////

Final Whistle

lee-jobber-02

@ ตอนอายุ 4 ขวบ “ลี จ็อบเบอร์” เข้าไปชมเกมที่สนาม “ฟิลเบิร์ต สตรีท” หลังจากนั้นกว่า 3 ทศวรรษ เขาไม่เคยพลาดการเชียร์เลสเตอร์ ซิตี้ ในบ้านอีกเลยแม้แต่เกมเดียว โดย ผิวหนังทั่วร่างกายกว่า 150 จุด เขามอบมันให้กับรอยสัก  ส่วนหนึ่งบ่งบอกถึงเรื่องราวของสโมสร รวมถึงรอยน้ำหมึกรูปสุนัขจิ้งจอกขนาดใหญ่ ที่ปรากฏอยู่เต็มแผ่นหลัง อีกหนึ่งเอกลักษณ์คือการถอดเสื้อเชียร์ ไปพร้อมกับการสะบัดมือรัวกลองยักษ์ เป็นการกระตุ้นส่งใจเชียร์นักเตะทั้ง 11 คนในสนาม แม้บางครั้ง จะต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวดก็ตาม “ร่างกายของผมสั่นสะท้าน หลังจากเชียร์ทีม 3 เกมภายในหนึ่งสัปดาห์ ในช่วงกลางของฤดูหนาว ผมต้องไปโรงพยาบาล และพวกเขาบอกว่า -หยุดทำแบบนั้น ไม่อย่างนั้นมันจะหยุดคุณ- หากผมตาย ผมก็จะไปสนามไม่ได้อีก”  จ็อบเบอร์ เล่าถึงประสบการณ์การเชียร์ จนได้รับการแต่งตั้งเป็นมือกลองอย่างเป็นทางการของสโมสรในปี 2003

paul-pogba-02

@ “ฟุตบอลไม่ใช่เกมกีฬา แต่มันคือเกมเปลี่ยนชีวิต” คำพูดของประธานแฟร์เพลย์ของสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป ที่กล่าวถึงความหมายอันงดงามของสิ่งที่เรียกว่าลูกหนัง เป็นระยะเวลา 9 ปีติดต่อกันที่ยูฟ่า ได้บริจาคเงิน 1 แสนยูโร ให้กับคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ไอซีอาร์ซี) โดยปีนี้ได้รับความร่วมมือจากพอล ป็อกบา ซูเปอร์สตาร์จากยูเวนตุส มาร่วมมอบด้วย เงินจำนวนดังกล่าว จะถูกนำไปสนับสนุนโครงการฟื้นฟูทางกายภาพ สำหรับเหยื่อกับระเบิด และผู้พิการในประเทศอัฟกานิสถาน พร้อมกับจัดหาอุปกรณ์แขน, ขาเทียมให้กับผู้ป่วย อีกทั้งให้การช่วยเหลือทีมฟุตบอลของศูนย์แห่งนี้ ซึ่งผู้ป่วยจำนวน 1 ใน 3 เป็นเด็ก การให้เงินไม่เพียงพอสำหรับป็อกบา เขายังให้กำลังใจพวกเขาเหล่านั้น ด้วยการพูดคุยผ่านทางโทรศัพท์ และใช้โปรแกรมสไกป์ คุยข้ามดินแดนอีกด้วย “คนที่กล้าหาญ ยังคงเดินตามเส้นทางความฝันของตัวเอง และไม่เคยยอมแพ้ พวกเขากล้าหาญมากพอ ที่ยังคงเล่นฟุตบอลต่อไป แม้ว่าจะสูญเสียอวัยวะบางส่วน เวลาที่ผมเล่นฟุตบอล ผมเฝ้าแต่คิดถึงผู้คนเหล่านี้” ป็อกบา กล่าวถึงชาวอัฟกานิสถาน ที่เป็นแรงบันดาลใจให้เขาเช่นเดียวกัน