โอลิมปิก เกมส์ : ความทรงจำของราชาไร้บัลลังก์

Writer Football Vintage

เข็มนาฬิกาเดินทางมาถึงปี 2016 มหกรรมกีฬาโอลิมปิก ก็แวะเวียนมาหาอีกครั้ง  พร้อมกับหลากหลายการแข่งขัน ที่พร้อมให้ทุกคนร่วมชิงชัยเหรียญรางวัล และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ซึ่งภายในนั้น บรรจุสิ่งที่เรียกว่า “ฟุตบอล” เอาไว้ด้วย แม้หลายคนจะนิยามว่า เป็นทัวร์นาเมนต์ลูกหนังที่เต็มไปด้วยดาวรุ่งบนผืนหญ้า แถมมูลค่ายังเป็นรองศึกฟุตบอลโลก และศึกชิงแชมป์ระดับทวีป อย่างไรก็ตาม สำหรับนักเตะบางคน “เหรียญทอง” จากกีฬา 5 ห่วง ถือเป็นของขวัญแห่งความทรงจำmessi-01“ลิโอเนล เมสซี่” เกิดที่เมืองโรซาริโอ, อาร์เจนติน่า  ซึ่งคุณแม่ “เซเลีย คุชซิตตินี่” ออกมาเล่าว่า เขาเป็นเด็กซุกซน, เอาแต่ใจ และเกลียดการไปโรงเรียนเป็นอย่างมาก ซึ่งสอดคล้องกับคำบอกของคุณครูว่า เขาไม่ค่อยโดดเด่นเรื่องการศึกษา  และหมดเวลาส่วนใหญ่ที่โรงเรียน ไปกับการไล่เตะลูกฟุตบอลที่ทำจากกระป๋องน้ำอัดลมกับบรรดาผองเพื่อน จนมาวันหนึ่ง เขาก็เริ่มต้นเส้นทางลูกหนังแบบจริงจัง ราวกับโชคชะตาได้กำหนดเอาไว้

“ผมไม่รู้ว่าเขาอายุเท่าไหร่ แต่เขาตัวเล็กมากเลย” ซัลวาดอร์ อปาริซิโอ โค้ชทีมเยาวชน “กรานโดลี่” เล่าความหลังถึงเมสซี่ ที่ชอบติดสอยห้อยตามครอบครัวมายังสนามฟุตบอล เนื่องจากพี่ชายลงเล่นอยู่กับทีมท้องถิ่นแห่งนี้ พร้อมกับเผยถึงจุดเปลี่ยนสำคัญว่า “วันหนึ่ง, เราขาดผู้เล่น 1 คน ผมถามแม่ของเขาว่า ขอยืมตัวลูกชายมาเล่นได้มั้ย ? เธอไม่ชอบความคิดนี้สักเท่าไหร่ และตอบกลับว่า -เขาเล่นไม่ได้หรอก เพราะไม่เคยลงสนามจริงมาก่อนเลย- กระทั่งคุณย่าที่ยืนอยู่บริเวณนั้นด้วย ออกมายุติปัญหาว่า -เอาน่า ปล่อยหลานลงไปเล่นเถอะ”

epa04798242 Argentina's Lionel Messi reacts during the Copa America 2015 Group B soccer match between Argentina and Paraguay, at Estadio La Portada de La Serena in La Serena, Chile, 13 June 2015. EPA/Juan Carlos Cardenas

“ตอนแรกที่บอลมาถึงตัว เขาชำเลืองมอง และปล่อยให้ไหลผ่านไป จากนั้นบอลกลับมาหาอีกครั้ง และกลิ้งไปที่เท้าซ้าย เขาควบคุมมัน และเริ่มกระชากขวางสนาม เขาลากผ่านผู้เล่นทุกคน ผมตะโกนว่า -ยิงเลยเจ้าหนู !!!- แต่เขาตัวเล็กเกินไปที่จะทำแบบนั้น เวลาต่อมา เขากลายเป็นส่วนหนึ่งในทีมเยาวชนแห่งนี้ แน่นอนว่า เขาชอบยิงคนเดียว 6-7 ประตูตลอดทุกเกม ผมดูเขาลงสนามทุกเกมเท่าที่เป็นไปได้ เมื่อผมเห็นเขาเล่นในฟุตบอลระดับอาชีพ ผมก็เริ่มร้องไห้ออกมา เพราะผมจดจำภาพเขาตอนเป็นเด็กได้เสมอ ผมไม่ได้เป็นคนค้นพบเขา แต่เป็นคนแรกที่ส่งเขาลงสนาม”

2016062716040_capture-20160627-164902ขวบปี 2005 อปาริซิโอ สามารถเติมเต็มความภาคภูมิใจ เมื่อลูกศิษย์คนนี้สามารถติดธงชาติบนหน้าอกข้างซ้าย พร้อมเป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติอาร์เจนติน่า รุ่นยู-20 ชุดคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกมาครองอย่างยิ่งใหญ่ แถมยังพ่วงด้วยตำแหน่งดาวซัลโวที่ 6 ประตู และรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์ กระทั่งปี 2008 อปาริซิโอ เสียชีวิตลงอย่างสงบ มันเป็นขวบปีเดียวกับที่เมสซี่ สามารถคว้าเหรียญทองในกีฬาโอลิมปิก เป็นผลสำเร็จ และนั่นถือเป็นแชมป์ระดับนานาชาติครั้งสุดท้ายของเขาอีกด้วย

messi-03

เมสซี่ กวาดแชมป์ระดับสโมสรกับบาร์เซโลน่า ไปทั้งหมด  27 โทรฟี่ และรางวัลสูงสุดของนักเตะอย่างบัลลงดอร์ 5 สมัย อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จระดับทีมชาติ กลับถูกตีเอาไว้เป็นเส้นขนาน เมื่อเขาพาทีมชาติอาร์เจนติน่า เข้าไปเล่นรอบชิงชนะเลิศรายการระดับเมเจอร์ 4 ครั้ง แต่ต้องรับบทพระรองทั้งหมด  ไล่ตั้งแต่รองแชมป์ฟุตบอลโลก 2014 และรองแชมป์โคปา อเมริกา 2007, 2015 และ 2016 ผลจากความบอบช้ำ ที่เกิดจากการแบกความหวังของคนทั้งประเทศ ทำให้เขาประกาศอำลาทีมชาติ ด้วยวัยเพียง 29 ปี

lionel_messi_argentina_send_off

“ทุกคนต่างบอกกับผมว่า มหกรรมกีฬาโอลิมปิก ถือเป็นการแข่งขันที่สุดแสนวิเศษ ผมมีความเชื่อมั่นเสมอมาว่า  เราสามารถคว้าเหรียญทองมาคล้องคอได้ ความจริงที่น่าเจ็บปวดคือ ผมคงไม่มีโอกาสหวนกลับมาเล่นกีฬาโอลิมปิก อีกแล้ว ผมจึงยินดีมาก ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในฤดูร้อนครั้งนั้น และมันจะอยู่ในความทรงจำของผมตลอดไป” เมสซี่ กล่าวถึงเกียรติยศที่ตัวเองไม่เคยลืมเลือน โดยโอลิมปิกครั้งนั้น เขาได้ลงสนามไป 5 เกม และยิงได้ 2 ประตู

704469_0_1467021426การประกาศอำลาทีมชาติของเขา ถือเป็นการส่งผลร้ายในหลายส่วน ทั้งขุมกำลังของพลพรรค “ลา อัลบิเชเลสเต้” ที่อ่อนแอลง และการลดเสน่ห์ของวงการลูกหนัง ซึ่งเชื่อเหลือเกินว่า หลายคนอยากให้เขาเปลี่ยนใจ และกลับมารับใช้ชาติอีกครั้ง เพราะการลงเล่นให้ทัพ “ฟ้า-ขาว” ถือเป็นความฝันสูงสุดของเขาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก เพียงแค่เล่นฟุตบอลด้วยความสุข เหมือนตอนที่ไล่หวดกระป๋องน้ำอัดลม หรือกระชากหลบคู่แข่งในสนามท้องถิ่น ไม่แน่ว่าความสำเร็จเฉกเช่นฤดูร้อนในปี 2008 จะหวนกลับคืนมาหาเขาอีกครั้ง …..

แน่นอนว่า อปาริซิโอ ก็คงเฝ้ามองจากบนสรวงสวรรค์เหมือนกัน

////////////////////////////

 

Final Whistle

fernando-torres

@ สำหรับเฟร์นานโด ตอร์เรส, แอตเลติโก้ มาดริด มีความหมายทางใจมากมาย ไม่เพียงเป็นสโมสรที่ตามเชียร์มาตั้งแต่วัยเด็ก แต่ครอบครัวต้องยอมลำบาก นับจากก้าวแรกที่เขาเข้าสู่ระบบเยาวชนของทัพตราหมี “คุณพ่อต้องแอบออกจากที่ทำงานในตอนกลางวัน เพื่อพาผมไปฝึกซ้อม จากนั้นท่านค่อยนั่งรถไฟกลับมาทำงานต่อ” ตอร์เรส เริ่มเล่าถึงการสนับสนุนจากครอบครัว “บางวันก็เป็นคุณแม่ ที่รับหน้าพาผมไปสนามซ้อม ด้วยการนั่งรถเมล์ หรือรถไฟ ท่านทำแบบนั้นเสมอ ไม่ว่าฝนจะตกหนัก หรือแดดร้อนเปรี้ยงก็ตาม คุณแม่เคยบอกผมว่า -หากลูกเบื่อ ก็ไม่จำเป็นต้องไปซ้อมอีกก็ได้ อย่ารู้สึกว่าต้องเอาตัวเองไปยึดติดกับฟุตบอล- แต่รู้อะไรมั้ย ผมไม่เคยรู้สึกเบื่อฟุตบอลสักครั้ง”

francisco@ สปอร์ติ้ง ลิสบอน สโมสรดังของโปรตุเกส สร้างเรื่องราวอันแสนอบอุ่น ด้วยการเซ็นสัญญากับ “ฟรานซิสโก้” เด็กชายวัย 5 ขวบ ที่ต่อสู้กับโรคมะเร็งร้ายด้วยความห้าวหาญ และมอบตำแหน่งให้เจ้าหนูน้อย เป็นผู้เล่นคนที่ 12 ของทีม ซึ่งบรูโน่ เด คาร์วัลโญ่ ประธานสโมสรออกมากล่าวว่า “เราดีใจมาก ที่ได้เซ็นสัญญากับฟรานซิสโก้ และหน้าที่ของเขาจะเริ่มต้นในวันเปิดฤดูกาล เขาเป็นการเซ็นสัญญาที่แสนยิ่งใหญ่ของเรา เจ้าหนูเป็นคนสำคัญ ที่จะทำให้คนอื่นรู้ความหมายของสโมสรแห่งนี้”