ร็อบบี้ เจย์ บาร์แร็ตต์ ความรักบนภาพถ่ายฟุตบอล

Writer Football Vintage

การเข้าถึง “ฟุตบอล” สมัยนี้เป็นไปอย่างรวดเร็ว และง่ายดาย เพียงแค่เรากด “ปุ่มเพลย์” เพียงครั้งเดียว ก็สามารถเข้าถึงเรื่องราว และไฮไลท์การแข่งขันได้แล้ว อย่างไรก็ตาม ยังมีคนจำนวนไม่น้อย ที่ยังหลงใหล “ภาพนิ่ง” ที่บางคนมองว่าต้องผ่านกระบวนการทางความคิด และการจัดองค์ประกอบมาอย่างละเมียด เพื่อทำให้ภาพที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวเหล่านี้ สามารถตราตรึงอยู่ในห้วงความทรงจำได้ตราบนานเท่านาน …..

robbie-jay-barratt-00

ในเดือนนี้ผมจะพาเพื่อนๆ ไปทำความรู้จักกับ  “ร็อบบี้ เจย์ บาร์แร็ตต์” ช่างภาพจากยอร์คเชียร์, อังกฤษ กับภารกิจภายในหนึ่งวัน ที่ต้องออกตระเวนถ่ายภาพฟุตบอลในลีกบ้านเกิด ซึ่งงานของเขาตั้งอยู่บนพื้นฐานความสวยงามของโลกลูกหนัง ที่ผสมผสานกลิ่นอายของวัฒนธรรมแดนผู้ดี, ความรู้สึกของมนุษย์ และห้วงอารมณ์ต่างๆ เอาไว้ด้วยกันอย่างลงตัว“ความรู้สึกเหล่านี้ เกิดขึ้นตอนที่ผมอายุประมาณ 15-16” บาร์แร็ตต์ เริ่มเล่าถึงชีวิตตัวเอง “ผมกำลังศึกษาหาความรู้อยู่ที่โรงเรียน พร้อมกับมีความรู้สึกว่า บางวิชาไม่ใช่ตัวตนของผมเลย ผมเลยตัดสินใจหันหลังออกมา และมุ่งหน้าสู่เส้นทางการถ่ายภาพอย่างเต็มตัว ด้วยการเข้าคอร์สเรียนถึง 2 ปี”


robbie-jay-barratt-06การเดิมพันครั้งนั้นไม่สูญเปล่า เขาผสมผสานสิ่งที่ตัวเองชื่นชอบอย่าง “การถ่ายภาพ” และ “ฟุตบอล” จนได้เข้าเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรถ่ายภาพชื่อดัง “เอเอ็มเอ สปอร์ต โฟโต้ เอเจนซี่” พร้อมกับได้เป็นช่างภาพประจำสโมสร “ฮัดเดอร์ฟิลด์ ทาวน์” ในระดับเดอะ แชมเปี้ยนชิพ ของอังกฤษ ที่ครั้งหนึ่ง “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เคยไปทดสอบฝีเท้ามาแล้วrobbie-jay-barratt-09 robbie-jay-barratt-07บาร์แร็ตต์ เล่าต่อว่า “ผมคิดว่าการถ่ายภาพฟุตบอล ถูกฝังอยู่ในธรรมชาติการถ่ายภาพของตัวเอง ผมรักที่จะลงเล่น หรือออกเดินทางไปชมเกมที่สนามต่างๆ ผมจะหยุดเล่นฟุตบอลด้วยเหตุผลเพียงข้อเดียว นั่นคือผมต้องใช้เวลาไปถ่ายภาพลูกหนังนั่นเอง จะมีอะไรที่ต้องการมากไปกว่า การที่ได้ถ่ายภาพกีฬาที่ตัวเองรักอีกล่ะ ? การทำงานร่วมกับสโมสรฮัดเดอร์ฟิลด์ ทาวน์ ยอดเยี่ยมมาก ผมอยู่ที่นี่มากว่า 3 ปีแล้ว และสโมสรก็มักจะได้รับคำชมเรื่องคุณภาพของภาพถ่ายเสมอ รวมถึงไอเดียการนำเสนอที่หลากหลายด้วย”robbie-jay-barratt-04robbie-jay-barratt-13คำกล่าวของบาร์แร็ตต์ ไม่ใช่เรื่องที่เกินเลย วันไหนที่มีเกมการแข่งขัน เขาจะเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นอย่างกล้องประจำกาย, เลนส์ระดับเทเล, เลนส์ไวด์, คอมพิวเตอร์พกพา และกระเป๋าแบบกันกระแทก ก่อนจะออกเดินทางด้วยรถยนต์ไปยังสนามเหย้า และเยือน พร้อมกับถ่ายภาพบรรยากาศระหว่างทาง และวิถีชีวิตการดูฟุตบอลแบบที่น้อยคนนักจะนำเสนอ“ผมจะเตรียมตัวหนึ่งวันก่อนที่การแข่งขันจะเริ่มต้นขึ้น เพื่อให้แน่ใจว่า แบตเตอรี่ จะพร้อมสำหรับกล้องของผม รวมถึงการสำรวจอุปกรณ์ต่างๆให้พร้อมสำหรับการใช้งาน ผมเป็นคนที่ชอบการวางแผน เพราะคงไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่า เกมกำลังเข้าสู่ช่วงสำคัญของเกมในนาทีสุดท้าย แต่กลับพบว่าแบตเตอรี่ของคุณเกิดหมดเกลี้ยง !!!”robbie-jay-barratt-03บาร์แร็ตต์ บอกถึงสิ่งที่หลายคนอยากทราบด้วยว่า “นักฟุตบอลชอบที่ได้เห็นภาพถ่ายของตัวเอง สำหรับผมแล้ว การได้เห็นภาพที่ตัวเองถ่าย ก็จะเกิดความรู้สึกภาคภูมิใจเหมือนกัน เมื่ออดีตผู้เล่นคนสำคัญฮัดเดอร์ฟิลด์ ทาวน์ อย่างอดัม แฮมมิลล์ สามารถทำประตูได้ เขาจะมองหาผมทันที !! ขณะที่นักเตะอีกคนของทีมอย่างฌอน สแกนเนลล์ ก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน เขาชอบที่จะเห็นภาพถ่ายในสนามของตัวเอง เขามักจะรีโพสต์ภาพจากอินสตาแกรมของผมไปเสมอๆ”robbie-jay-barratt-10robbie-jay-barratt-12แน่นอนว่า สถานที่ หรือว่า “โลเคชั่น” ย่อมเป็นปัจจัยสำคัญของการถ่ายภาพ โดยบาร์แร็ตต์ บอกความเป็นตัวตนกับสถานที่แห่งการสร้างสรรค์ผลงานว่า “ผมเป็นแฟนบอลตัวยงของหลายสโมสรทางภาคเหนือ หนึ่งสนามที่อยู่ในความทรงจำของผมคือเทิร์ฟ มัวร์ ของสโมสรเบิร์นลี่ย์ สแตนด์ฝั่งหนึ่งของสนามแห่งนี้ จะถูกติดตั้วด้วยเก้าอี้ไม้แบบเก่า ผมมองว่านี่เป็นรากเหง้าสำคัญของฟุตบอลอังกฤษ ซึ่งสนามแบบนี้ จะยังคงความรู้สึกแบบเดิมเอาไว้ รวมถึงการไปเยือนสนามอย่างเอลแลนด์ โร้ด (ลีดส์ ยูไนเต็ด) และฮิลล์สโบโร่ (เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์) รับรองว่าคุณจะได้รับกลิ่นอายแห่งประวัติศาสตร์อย่างแน่นอน”robbie-jay-barratt-08

robbie-jay-barratt-02บาร์แร็ตต์ ปิดท้ายถึงการเป็นช่างภาพฟุตบอลเอาไว้อย่างน่าสนใจว่า “พยายามมุ่งมันกับสิ่งที่ทำ และนำพาผลงานของตัวเองออกไปสู่โลกกว้างให้ได้  มันไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่ ที่ภาพภพของคุณจะค้างอยู่ในกล้องตัวเองเท่านั้น ลองโพสต์มันลงไปในโซเชี่ยล มีเดีย เพราะมันถือเป็นกล่องเครื่องมือขนาดใหญ่ จากนั้นจงมีความมั่นใจ ถ้าคุณไม่มีสิ่งนี้แล้ว คุณก็ไม่สามารถคาดหวังอะไรจากคนอื่นได้เลย แรงบันดาลใจที่อยู่ทุกที่ และผมเปิดรับสิ่งใหม่อยู่เสมอ แรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุด อยู่ในตัวของคุณเอง ความปรารถนาจะนำพาเราไปสู่เป้าหมาย และจงคิดให้แตกต่าง”

Credit : soccerbible

 

//////////////////////////

Final Whistle

dennis-hilton-tatoos

 

@ Heartwarming ___ เดนนิส ฮิลตัน เป็นแฟนบอลพันธุ์แท้ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ทำในสิ่งที่แฟนบอล “ปีศาจแดง” ไม่เคยคิดอยากจะทำ โดยไม่นานมานี้ ฮิลตัน ได้พบกับข่าวร้าย เมื่อเบ็น แอนเดอร์สัน เด็กน้อยวัย 10 ขวบ ซึ่งเป็นลูกชายเพื่อนสนิทของเขา ต้องเผชิญกับโรคร้ายอย่าง “มะเร็งเม็ดเลือดขาว” ฮิลตัน จึงยอมอุทิศผิวหนังในร่างกาย ให้กับน้ำหมึกกับตราสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เนื่องจากเจ้าหนู และคุณพ่อของเขา เป็นแฟนบอลตัวยงของคู่ปรับร่วมเมืองนั่นเอง สาเหตุที่ต้องทำเช่นนี้ เพราะอยากระดมทุนช่วยเหลือครอบครัวของเพื่อนสนิทรายนี้ โดยฮิลตัน ทิ้งท้ายว่า “แน่นอนว่าผมเป็นสาวกยูไนเต็ด ที่เกลียดซิตี้ แบบเข้าไส้ ผมกับพ่อของเขาล้อเลียนกันมานานแสนนาน แต่ท้ายที่สุดแล้ว บางสิ่งบางอย่างก็สำคัญกว่าฟุตบอล หากคุณนำความเป็นคู่ปรับเชิงลูกหนัง มาอยู่เหนือชีวิตของเด็กน้อยที่กำลังป่วย … คุณต้องย้อนกลับมามองตัวเองแล้วล่ะ”

Eliaquim Mangala (fra)

@ Fight For BRO ____ “พี่ชายของผมเป็นอัมพาต เขาเป็นแรงบันดาลใจ และทำให้ผมแข็งแกร่งมากขึ้น” เอเลียควิม ม็องกาล่า ปราการหลังของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่กำลังโดนวิจารณ์อย่างหนักจนต้องย้ายไปเล่นแบบยืมตัวกับบาเลนเซีย เริ่มเล่าถึงพี่ชายตัวเอง โดยเด็กเชื้อสายคองโก ที่เกิด และเติบโตแถวชานกรุงปารีส, ฝรั่งเศส เล่าความหลังอันเจ็บปวดว่า “พี่ชายของผมชื่อแดเนี่ยล เขาเป็นเด็กที่ชอบฟุตบอลมาก กระทั่งวันหนึ่ง พี่ชายของผมเล่นฟุตบอลอยู่กับเพื่อนๆ และลูกบอลไหลเข้าไปในลานจอดรถที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ดิน อย่างไรก็ตาม ประตูอัตโนมัติกลับหล่นลงมาทับร่างของเขา ส่งผลให้สมองของเขาขาดอ็อกซิเจนไปชั่วขณะ และกลายเป็นอัมพาตตั้งแต่วันนั้น มันเป็นเรื่องราวที่แสนเจ็บปวด อุบัติเหตุครั้งนั้น ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับผม ทุกครั้งที่ผมลงไปฟาดฟันกับคู่แข่งในสนาม ผมรู้สึกว่าตัวเองกำลังทำเพื่อพี่ชาย และก็คุณแม่ ที่เลี้ยงดูลูกชายสองคนจนเติบใหญ่ แม้ว่าหนึ่งในนั้นจะเป็นเด็กพิการก็ตาม”