“Where do we go” ไม่รู้ดื่มไหนก็แวะมารื่นรมย์ทางนี้

Writer Kriangsak Mancho

Photographer Gunn Kanjanaprachachai


ลมหนาวเริ่มพัดโชยมาสัมผัสผิวกันแล้วนะครับในช่วงนี้ พอเจออากาศแบบนี้ก็ตงิดๆ อยากจะหาที่นั่งจิบเบียร์โต้ลมหนาวซะหน่อยเพื่อให้เลือดลมสูบฉีด อ่ะแฮ่!  แต่จะกินเบียร์ยี่ห้อตลาดๆ ในช่วงนี้ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยเข้าสมัยซักเท่าไหร่นัก เพราะช่วงปีสองปีหลังมานี่ กระแสคราฟท์เบียร์กำลังมาแรง_top2949_top2980ด้วยรสชาติที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละแบรนด์ เมื่อก่อนอาจจะเป็นคราฟท์จากเมืองนอกที่นำเข้ามา แต่ตอนนี้คราฟท์ของบ้านเราก็มีรสชาติที่ดีไม่แพ้กัน ซึ่งก็มีผู้ผลิตหลายรายทำออกมาขายรสชาตินั้นก็ถูกปากมิใช่น้อย วันนี้เลยอยากจะแนะนำร้านคราฟท์เบียร์นั่งชิวที่ใช้ชื่อว่า “Where do w e go” ร้านเล็กๆ แสนอบอุ่นและเป็นกันเองแบบสุดๆ01 05พี่ตั้มหนึ่งในหุ้นส่วนของร้านได้บอกถึงที่มาของร้าน Where do we go ว่าเกิดจากไอเดียของเพื่อนสนิท 4 คน ซึ่งตัวพี่ตั้มเองนั้นเป็นคนจุดชนวนความคิดทำร้านให้แก่เพื่อนๆ เพราะเคยจัดอีเว้นท์เกี่ยวกับคราฟท์เบียร์ และเริ่มศึกษาข้อมูลลึกขึ้นทำให้รู้สึกอิน เพราะคราฟท์เบียร์แต่ละยี่ห้อมีสตอรี่ของมันเอง เลยลองเอาไอเดียมานั่งคุยกับเพื่อนๆ ปรากฎว่าทุกคนสนใจก็เลยตัดสินใจลงทุนร่วมกันเปิดร้าน โดยเน้นคราฟท์เบียร์ไทยเป็นหลักแต่ก็ยังมีเครื่องดื่มประเภทอื่นๆ ให้ได้เลือกกันอีกด้วยทั้งคราฟท์นอก เบียร์ และเหล้า_top3032_top2946ถ้าใครคิดว่าการกินคราฟท์เบียร์นั้นจะต้องไปนั่งร้านหรูๆ ไฮโซๆ แล้วล่ะก็ เปลี่ยนความคิดใหม่ได้เลยนะครับ เพราะที่ร้านนี้แต่งร้านแบบง่ายๆ แต่ก็เป็นความเรียบที่ลูกค้าหลายๆ คนได้สัมผัสแล้วจำต้องบอกต่อๆ กันจนกลายเป็นร้านคราฟท์เบียร์ไทยที่ได้รับความนิยม โดยเฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่ในร้านมาจากการทำกันขึ้นเอง_top3030 เน้นการตกแต่งให้ออกมาดูอบอุ่น มีกลิ่นอายวินเทจนิดๆ ด้วยของประดับเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่ทำให้ดูรกและด้วยขนาดร้านที่ไม่ใหญ่มากนัก ทำให้บรรยากาศนั้นดูเป็นกันเองมายิ่งขึ้น และที่สำคัญก็คือหุ้นส่วนทั้ง 4 คน ดูแลร้านกันเองตั้งแต่รับออร์เดอร์ ทำอาหาร เสริฟ เอ็นเตอร์เทนลูกค้า เรียกว่าใกล้ชิดลูกค้าตั้งแต่เดินเข้ามาในร้านเลยทีเดียว ซึ่งนี่น่าจะเป็นอีกจุดเด่นที่ทำให้ลูกค้าขาจรกลายมาเป็นขาประจำก็ได้_top3026 _top3028นอกจากที่นี่จะมีเบียร์ดีๆ ให้ได้ลิ้มลองกันแล้ว อาหารก็เป็นอีกหนึ่งจุดขายของที่นี่เหมือนกัน โดยพี่ตั้มได้เอาสูตรอาหารอีสานมาดัดแปลงทำเมนูต่างๆ ในร้าน ที่เลือกอาหารอีสานนั่นก็เพราะว่าที่บ้านพี่เค้าเปิดเป็นร้านส้มตำ พี่ตั้มจึงได้วิชาการทำอาหารติดตัวมาด้วย แต่อาหารที่นี่จะออกแนวอีสานฟิวชั่น คือจะนำอาหารอีสานรสแซ่บๆ มาดัดแปลงเพื่อให้เข้ากับรสชาติเบียร์ที่ดื่ม_top3017เมนูที่แนะนำของร้านนั้นก็มี เนื้อย่างจิ้มแจ่ว ซึ่งเนื้อที่จะนำมาย่างนั้นผ่านการหมักด้วยสูตรเฉพาะของคุณแม่ นำไปย่างบนไฟปานกลางไม่ต้องสุกมากทำให้ได้เนื้อที่นุ่มแต่ชุ่มฉ่ำภายใน จิ้มกับน้ำจิ้มแจ่วสูตรเด็ดของทางร้านรับรองว่าแซ่บแน่นอน ส่วนใครที่ไม่ทานเนื้อแนะนำให้สั่งเมนูหมูกรอบทอดน้ำปลาที่มาพร้อมกับน้ำจิ้มแจ่วและน้ำจิ้มซีฟู้ด ที่ต้องบอกว่าถ้าได้กินแล้วจะไม่กลัวอ้วนเลยทีเดียวเพราะรสชาติและความกรอบ_top2991 _top299603 _top3057ต้องบอกเลยว่าสั่งมารับประทานได้ทั้งคืน จิ้มกับน้ำจิ้มแจ่วก็แซ่บจิ้มกับน้ำจิ้มซีฟู้ดก็จี๊ดจ๊าด ยิ่งกินแกล้มเบียร์ยิ่งช่วยเพิ่มความสุนทรีย์ในการดื่มไม่แพ้ขาหมูเยอรมันเลย เมนูถัดมาเป็นต้มแซ่บกระดูกอ่อน เหมาะมากสำหรับช่วงที่อากาศเย็นๆ แบบนี้เพราะรสชาติเด็ดดีเหลือเกิน เปรี้ยว เผ็ด ลงตัว ซดตอนร้อนๆ รับรองว่าคล่องคอตาสว่างแน่นอน พร้อมเคี้ยวกระดูกอ่อนกรุบกรับเพลิดเพลิน_top3037 ปิดท้ายที่เมนูกินเล่นอย่างไส้กรอกอีสานที่เปรี้ยวกำลังดีกินเล่นก็ดี กินเป็นกับแกล้มก็อร่อย อาจจะเห็นว่าเมนูต่างๆ ที่ว่ามานั้นเป็นเมนูพื้นๆ ของอาหารอีสานแต่ความแตกต่างมันอยู่ตรงเครื่องเคียงครับ เพราะที่นี่จะมีทั้งกระเจี๊ยบเขียว มะม่วงหาวมะนาวโห่ ข้าวโพดปิ้ง มาใช้เป็นเครื่องเคียงแก้เลี่ยนในแต่ละเมนู ซึ่งผมเองก็ไม่เคยเห็นที่ร้านไหนทำมาก่อนแต่มันก็เข้ากันกับเมนูต่างๆ ได้ดีมาก ทั้งราคาอาหารยังสบายกระเป๋ามาก_top3036นี่คืออีกหนึ่งร้านเล็กๆ แต่อัดแน่นไปด้วยความสุข เพราะเป็นร้านที่ต้องบอกว่ากันเองมากๆ เจ้าของร้านและลูกค้าได้มาแชร์ความรู้กันสนทนาเรื่องของรสชาติเครื่องดื่มบอกเลยว่าเพลินชะมัด ถ้าช่วงหนาวนี้ใครยังนึกไม่ออกว่าจะหาร้านนั่งสบายๆ ที่ไหนดีแนะนำครับว่าที่ Where do we go คืออีกหนึ่งร้านที่ไม่น่าพลาด เพราะเชื่อว่าความอบอุ่นของร้านนี้จะช่วยทำให้คลายหนาวได้เป็นปลิดทิ้งและถ้าใครมาวันเสาร์อาทิตย์จะมีดนตรีสดเล่นด้วยนะครับ เรียกว่ามาที่นี่ก็ได้อิ่มทั้งท้อง อิ่มทั้งบรรยากาศ เหมือนไปนั่งดื่มบ้านเพื่อนยังไงไม่รู้_top3005 _top3065_top2929ร้าน Where do we go นั่นหาไม่ยาก ปักหมุดอยู่ที่สี่แยกไฟแดงลาดพร้าววังหิน เข้าซอยข้างแมคโคร 100 เมตร ร้านอยู่ทางซ้ายมือ เวลาทำการของทางร้านก็เริ่มเปิดกันช่วงเย็นย่ำ 18.00 – 01.00 น. งานนี้แนะนำว่าร้านจะเต็มไวมากควรโทรจองกันก่อนจะดีมากได้นั่งดื่มกันแน่นอนสามารถติดต่อได้ทางเบอร์ 094-548-2326 และ 084-111-2821

Facebook : @Where Do WE Go

Instagram : @wheredowegocraft,

Line official : @wheredoweg

หมูกรอบ 100 บาท

เนื้อย่าง 120 บาท

ไส้กรอก 80 บาท

ต้มแซ่บ 120 บาท