เริ่มต้นใหม่ในห้องเลขที่ 39

Writer Pong Pripwai

Photographer Kong

ในครั้งที่ต้องบอกเล่าถึงเรื่องราวของ YouTube การได้มาสนทนาเรื่องเพลงกับรูม 39 (Room 39) คือสิ่งที่เข้าทางเหลือเกิน และในวันที่พวกเขา Restart” ก้าวใหม่กับการเป็นศิลปิน ที่เติบโตขึ้นและมุ่งมั่นในการทำงานกันเองมากขึ้น ทำให้ความท้าท้ายคือสิ่งที่ต้องเผชิญในทุกๆ ครั้งที่เพลงของพวกเขาจะถูกปล่อยผ่านยูทูปทว่า  “ความจริง” บทเพลงของทั้งสามได้บอกเล่าความเป็น Room 39 ที่ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์อะไรอีกแล้วตั้งแต่ที่ทั้งสามรวมตัวกันโคฟเวอร์ลงในยูทูปในห้องเลขที่ 39

img_8839

ในความโชคร้ายที่กลายเป็นดี

โอ-โอฬาร ชูใจ หรือที่เราๆ รู้จักกันในชื่อ แว่นใหญ่ ย้อนเล่าถึงเรื่องราวในครั้งอดีตก่อนเป็น Room 39 ให้ฟังทำนองว่า ด้วยเหตุผลที่เขาเองว่างเลยมีเวลาเล่นดนตรีสนุกๆ กับน้องทั้งสองคนที่ได้มารู้จักกันในต่างแดนอย่าง ทอม-อิศรา กิจนิตย์ชีว์ และ มน-ชุติมน วิจิตรทฤษฎี ซึ่งทั้งสามเห็นตรงกันว่าอยากทำเพลงโคฟเวอร์ลงในยูทูป แต่เวลาก็ล่วงเลยนานหลายปีกระทั่งเมื่อแว่นใหญ่โดนลดชั่วโมงในการทำงาน ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องย้อนกันไปเมื่อ 7 ปีก่อนหน้านี้กันเลยทีเดียว

“เมื่อก่อนที่เมืองนอกเขาเริ่มมีโคฟเวอร์เพลงกันแล้วอย่างจัสติน บีเบอร์ เราก็เลยคิดว่าอยากลองทำ แต่เมืองไทยยังน้อยนะ ไม่ค่อยเป็นที่นิยม คือตอนแรกก็ทำในลักษณะทำกันเล่นๆ มากกว่า ไม่ได้คาดหวังอะไรเลย คือเราอยากทำเพราะเราไม่ได้อยู่เมืองไทยเผื่อเพื่อนที่โน้นจะได้ดูได้ฟัง คือทำเพราะคิดถึงบ้านกันด้วยพอเริ่มทำมันสนุกดีเราก็เลยนัดกันมาทำเพลงโคฟเวอร์เรื่อยๆ ในอพาร์ทเม้นท์ของเพื่อนห้องเลขที่ 39 และต่อมาก็กลายเป็นชื่อวงของพวกเรา ซึ่งทำเพลงโคฟเวอร์ลงยูทูป เดือนทำเพลงกันอาทิตย์ละ 2 คลิป ทำกันอยู่ประมาน 4 เดือนทางพี่บอย โกสิยพงษ์ ก็ติดต่อมา” แว่นใหญ่เล่าย้อนถึงความหลังครั้นเริ่มต้น Room 39

img_8803 img_8818 img_8819

เศร้าแบบหน่วงๆ ในแบบ Room 39

            ทอม-อิศรา กิจนิตย์ชีว์ หนุ่มหล่อของวงเล่าถึงการเป็นศิลปินเต็มตัวให้ฟังว่า “คือมีความกดดันเยอะมากเวลาต้องมาทำเพลงของตัวเอง (หัวเราะ) คือช่วงนั้นทำอยู่หลายเพลงนะ แต่ก็ไม่ได้มีความมั่นใจอะไรเลย แต่พวกเราก็พยายามถ่ายทอดมุมมองชีวิตของตัวเองให้ออกมาเป็นเพลง ใช้เวลาทั้งหมด 6 เดือนได้ในที่สุดก็ได้มาเป็นเพลง “หน่วง” แล้วมันเลยทำให้พวกเราต้องมาใส่ใจกับการทำเพลงมากขึ้นโคฟเวอร์เพลงก็จะน้อยลง ซึ่งเวลาทำเพลงตัวเองมันจะกดดัน มันจะคนละแบบกับการร้องเพลงโคฟเวอร์นะ ถึงวันนี้ผ่านมาหลายปี เวลาเราร้องเพลงโคฟเวอร์คนอื่น เราก็ยังมีความสุขและสนุกที่ยังคงได้ทำอยู่นะ ก็จะต่างกันคือเป็นเพลงตัวเองมันลุ้นมันกดดันว่า คนจะชอบไหมคือคิดเยอะนะเป็นความรู้สึกคนละแบบ (หัวเราะ)

“แล้วพอเป็นเพลงของพวกเราเอง มันยากตรงที่ต้องบาลานซ์ความชอบของแต่ละคนลงไปด้วย เพื่อทำให้ออกมาตรงกลางและสมบูรณ์ที่สุด ซึ่งพอเพลงเราออกมาแล้วได้เห็นคนชอบ มีคนเอาไปโคฟเวอร์มันดีนะ คือเหมือนเราได้ส่งมุมมองของเราไปให้คนอื่นถ่ายทอดออกมาคือมันเป็นความรู้สึกที่พอเราได้ฟังมันมีความสุขนะ มันมากกว่าเรื่องของสิ่งของที่ได้ตอบแทนมามันคือเรื่องของความรู้สึกดีๆ”

img_8785img_8774  img_8775

Music Around me แบบฉบับ Room 39

มน-ชุติมน วิจิตรทฤษฎี เล่าถึงดนตรีของทั้งสามต่อว่า “บทเพลงของรูม 39 สำหรับเราเป็นแบบไหนหรือ…มันมองได้หลายมุมนะ เราสามคนก็จะมีสามมุม แต่ลึกๆ แล้วบทเพลงของรูมจะเป็นการบอกตัวตน บอกเล่าความรู้สึก บอกเล่าเรื่องราวของพวกเรา โดยที่เราไม่จำกัดว่ามีหน้าตาแบบไหน แต่เพลงของเราจะเป็นเพลงที่ฟังไม่ยาก อย่างตอนนี้ที่เราปล่อยเพลงกันมาคนก็จะเริ่มมองแล้วเพลงของพวกเราต้องเป็นเพลงอกหัก เป็นเพลงเศร้า แต่จริงๆ เรามีอีกหลายมุมนะ แล้วเดี๋ยวจะค่อยทยอยปล่อยให้ฟังกัน คือเพลงของเราจะคล้ายกับว่าเหมือนชีวิตใครหลายๆ คนนะ แล้วคือหลายๆ คนมักจะจดจำสิ่งที่เสียใจมากกว่าสิ่งที่ประทับใจ อย่างที่เขาบอกว่าเสียงร้องไห้ดังกว่าเสียงหัวเราะอะไรประมาณนั้นมันเลยทำให้เพลงของพวกเราไปโดนใจคนส่วนใหญ่”

“พวกเราไม่เคยตีกรอบการทำเพลงนะ เราทำกันหลายแนวมาก ซึ่งจริงๆ ก็อยากจำกันตัวเองนะ ว่าดนตรีในแบบของรูมมันอยู่ในสไตล์ไหนแต่เราว่าเราไม่มีสไตล์ไง (หัวเราะ) ก็เลยไม่มีดีกว่า เพลงแต่ละเพลงของเรา มันเลยมาตามอารมณ์อย่างเพลงใหม่ที่จะปล่อยให้ฟังก็เป็นเพลงที่แตกต่างไปจากเพลงอื่นไปเลยเป็นเพลงที่มีจังหวะมากขึ้นไม่เศร้าเหมือนเพลงที่ผ่านๆ มา เพลงนี้ชื่อว่าเรื่องจริง ก็เป็นอีกหนึ่งเพลงที่บอกเล่าเรื่องราวที่จะทำให้คนฟังรู้สึกถึงคนที่ปลงกับเรื่องความรัก แต่ก็ไม่ได้เศร้าแบบฟูมฟาย ก็จะมีความแปลกไหมแน่นอนค่ะ ก็ตั้งใจมากกับเพลงนี้ยังไงได้ฟังกันช่วยเดือนมีนานี้ค่ะ”

img_8751 img_8758 img_8753

บทเพลงที่ Room 39 ประทับใจ

เมื่อถามถึงบทเพลงที่ชอบที่สุดของสมาชิกแต่ละคน Room 39 ถึงกับร้องโฮเพราะแต่ละคนชอบหลายเพลงแต่เมื่อต้องเลือกเป็นธรรมเนียมก็จำต้องคัดกันคนละ 1 บทเพลง เริ่มจากหนุ่มหล่ออย่างทอม เจ้าตัวเลือกเพลงที่ชื่นชอบมากอย่างเพลงที่ชื่อว่า “เจ้าหญิง” ของ บอย โกสิยพงษ์  ด้วยเหตุผลที่ว่าเป็นบทเพลงคลาสสิกที่แม้จะผ่านเวลามาเนินนานแต่เมื่อฟังวันนี้ก็ยังรู้สึกถึงความเพราะเสมอเมื่อได้ฟัง

ต่อมากับผู้หญิงหนึ่งเดียวอย่างมนซึ่งเจ้าตัวแนะนำเพลงที่ชื่อว่า “เดิน” ของวง Old Fashioned Kid เป็นบทเพลงที่ให้กำลังใจสำหรับคนที่เหนื่อยล้าให้มีกำลังใจก้าวเดินในวันใหม่เป็นเพลงที่มีขึ้นให้กับคนที่เฝ้าเดินตามหาความสำเร็จ

ส่วนสุดท้ายกับพี่แว่นใหญ่ เจ้าตัวครุ่นคิดอยู่นานก่อนจะเลือก  “Sideways” จาก Citizen Cope เป็นบทเพลงหม่นเศร้าที่เจ้าตัวชอบฟังมาก ซึ่งถือเป็นบทเพลงที่ถ่ายทอดอารมณ์และตัวตนของเขาได้เป็นอย่างดี

สุดท้ายบทเพลงที่ Room 39 เห็นพ้องต้องกันว่าชอบที่สุดแล้วตั้งแต่มีเพลงเป็นของตัวเองในเวลานี้ และอยากแนะนำให้ฟังคือเพลงที่ชื่อ “Restart”  ผลงานของซึ่งทั้งวงบอกว่าลงตัวที่สุดและทั้งสามคนชอบในเรื่องราวระหว่างการทำงาน กลมกล่อมลงตัวพอดีว่าอย่างนั้น